หนังออนไลน์ A Quiet Place I สปอยหนัง ก่อนจะไปชมต่อในภาค 2

หนังออนไลน์ A Quiet Place I  เรื่องราวของเอเลี่ยน ที่บุกมาที่โลกมนุษย์ ทุกคนต้องห้ามส่งเสียง เพราะเอเลี่ยนพวกนี้ ถ้าได้ยินเสียง มันจะเข้าจับมนุษย์กินเป็นอาหาร ทางเดียวที่จะรอดคือ ห้ามส่งเสียง จึงทำให้บนถนนหนทาง และห้างสรรพสินค้า ไม่มีคนเดิน คนที่รอดจะซ่อนตัวตนอยู่ในบ้านอย่างเงียบที่สุดเพื่อการอยู่รอด

รีวิวหนัง

หนังเปิดมาที่เมืองร้างแห่งหนึ่ง ในซุปเปอร์มาเก็ต เอเวอรีน กำลังหยิบยา อย่างระมัดระวัง เพื่อเอาไปรักษา มาคัด ลูกชายของเธอที่กำลังป่วย และเรแกน พี่สาวของมาคัส เธอหูหนวกมาแต่กำเนิด ทั้งเอเวอรีน และ เรแกน ช่วยกันเก็บเสบียง และน้องชายคนเล็ก ชื่อว่า โบว์ เป็นเด็กซุกซนตามวัย และลี เป็นพ่อของเด็กๆ กำลังวุ่นๆ เก็บอุปกรณ์ไฟฟ้า ในซุปเปอร์มาเก็ตนี้เช่นกัน

ทุกคนกำลังเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน ที่ทางเดินโรยไว้ด้วยทราย เพื่อให้เสียงเงียบที่สุด แต่โบว์น้องคนสุดท้อง เอาเครื่องบินอวกาศมาเล่น มันส่งเสียงดัง และเอเลี่ยนก็คว้าโบว์ไปกินต่อหน้าทุกคน

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 1 ปี ลีพยายามหาทางเอาตัวรอดให้ครอบครัว เขาพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ทุกคนพักอยู่ในห้องใต้ดินของบ้าน เพื่อลดเสียงดัง เอเวอรีน กำลังตั้งท้อง และใกล้จะคลอด เธอได้เตรียมถึงอ๊อกซิเย่น และกล่องเก็บเสียงสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะคลอด มาคัส กับ เรแกน ช่วยกันเอากระดาษแปะผนังห้อง เพื่อเก็บเสียงให้มากที่สุด ลีพยายามจุดไฟเพื่อส่งสัญญาณว่าเขายังรอดชีวิตอยู่

เรแกนซึ่งเป็นไบ้ พยายามจะลงไปห้องทำงานของพ่อ แต่พ่อห้ามไว้และไม่บอกเหตุผลใดๆ มาคัสกับลี ได้ออกไปหาเสบียงที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง และกำลังเดินทางกลับบ้าน เอเวอรีน น้ำคร่ำเดินและใกล้จะคลอด เธอจึงรีบเดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน และเผลอเหยียบตะปู จึงร้องด้วยความเจ็บปวด เธอรีบไปกดไฟสีแดง เพื่อเตือนให้คนที่บ้านรู้ว่า มีเหตุไม่ปกติ และเอเลี่ยนได้มาบุกที่บ้านเพราะได้ยินเสียงเธอร้อง

ลีและมาคัส พอเห็นสัญญาณไฟสีแดง ที่รอบบ้าน ก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน และเห็นว่า มีเอเลี่ยนหลายตัวอยู่ในบ้าน ลีจึงบอกให้มาคัส ไปจุดพลุไฟที่ไกลจากบ้าน เพื่อให้พวกเอเลี่ยนออกไปจากบ้าน แล้วลีจะเข้าไปช่วย เอเวอรีน มาคัสก็รีบวิ่งไปที่กลางแจ้ง แล้วจุดพลุไฟ ทำให้เอเลี่ยนรีบออกไปจากบ้าน ขณะนั้นเองที่เอเวอรีนกำลังจะคลอดลูกในอ่างอาบน้ำ และเสียงร้องที่ดังของพลุ ช่วยกลบเสียงร้องของเธอได้เป็นอย่างดี

ลีรีบไปเอาปืน และรีบไปหาเอเวอรีนในบ้าน เรแกน ที่อยู่ข้างนอก พอเห็นพลุ ก็รีบวิ่งไปที่บ้าน และเจอมาคัสระหว่างทาง ส่วนลี ก็เข้าไปช่วยเอเวอรีน ที่คลอดลูกออกมา และรีบไปที่ชั้นล่างของบ้าน และเอาหน้ากากอ๊อกซิเย่น ครอบปากลูก และเก็บลูกไว้ในกล่องไม้เก็บเสียง และจะออกไปตามหาลูกทั้งสองของเขา

เรแกน และ มาคัส ได้ขึ้นไปชั้นบนของที่เก็บข้าวโพด และได้ให้สัญญาณไฟว่า พวกเขายังปลอดภัย ส่วนเอเวอรีน อยู่กับทารกที่เพิ่งคลอด น้ำจากชั้นบนของบ้าน กำลังไหลมาท่วมห้องใต้ดินที่เธออยู่ เธอ

ส่วนมาคัส ตกลงไปในถังเก็บข้าวโพด ทำให้เสียงดัง เรแกน ก็รีบลงไปช่วยน้อง เอเลี่ยนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งไปที่ถังเก็บข้าวโพด แต่พอมันไปถึง คลื่นของเครื่องช่วยฟังที่หูของเรแกน มีความถี่ที่เอเลี่ยนไม่อาจทนได้ มันจึงหนีออกไป ทั้งเรแกน และ มาคัส ก็รีบออกจากถังเก็บข้าวโพด และไปเจอพ่อที่กำลังตามหา

แต่เอเลี่ยนยังวนเวียนอยู่ ลีจึงบอกให้มาคัส กับ เรแกน หลบอยู่ที่รถ ส่วนลีถือขวานคอยป้องกันภัยให้ลูกๆ เอเลี่ยนอยู่ด้านบน ปัดพระเอกกระเด็นไปข้างทาง ส่วนมาคัส ตกใจ ร้องเสียงดัง ทำให้เอเลี่ยน หันไปสนใจรถที่เด็กๆซ่อนอยู่แทน ลีเห็นว่า เรแกน มองมาที่เขา เขาจึงส่งภาษามือให้เธอว่า เขารักเธอมาก และเขาตัดสินใจ ร้องเสียงดัง เพื่อให้เอเลี่ยน หันมาสนใจตนเองแทนลูกๆ แล้วเอเลี่ยนก็เข้ามากินลีแทน

เอเวอรีน เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ผ่านกล้องวงจรปิด ในบ้าน เธอหยิบปืนลูกซองออกมารับลูกๆที่หน้าบ้าน ทุกคนเสียใจต่อการจากไปของพ่อ และพาทุกคนไปซ่อนที่ห้องทำงานของพ่อ ในห้องทำงานของพ่อ มีเครื่องช่วยฟัง ที่พ่อกำลังสร้างให้เรแกนอยู่ ทำให้เรแกนน้ำตาไหล จากนั้น มีเอเลี่ยนตามมาที่ห้องนี้ด้วย เรแกน นึกขึ้นมาได้ว่า เครื่องช่วยฟัง โจมตี เอเลี่ยนได้ เธอจึงเปิดเครื่องจนสุดเสียง

ทำให้เอเลี่ยนทุรนทุราย เรแกน ก็เอาเครื่องช่วยฟัง ไปจ่อที่ไมโครโฟน เอเลี่ยนทนไม่ไหว จึงเปิดเกราะกำบังที่หัว เอเวอรีน จึงเอาปืนลูกซองยิงเข้าไปที่หัวเอเลี่ยน จากนั้นมองไปที่กล้องวงจรปิด เห็นว่า เอเลี่ยนบุกมาที่บ้านของเธอหลายตัว เพราะเสียงปืนที่เธอยิงไป เธอจึงส่งสัญญาณให้เรแกน เปิดเครื่องช่วยฟังให้สุดเสียง และเธอก็พร้อมจะใช้ปืนยิงต่อสู้กับมัน

สปอยหนัง

ตอนแรกในตัวอย่างหนังก็นึกว่าแม่เขาท้องก่อนที่โลกจะโดนล้างบาง ที่ไหนได้มาท้องเอาหลังจากโลกถึงกาลล่มสลายไปแล้ว
ไปทำกันท่าไหนไม่ให้เสียงไปถึงหูพวกเอเลี่ยนกัน! แต่การใส่เนื้อเรื่องตรงนี้เข้ามา ทำให้คิดว่าเออ เป็นหนังเอาตัวรอดที่ไม่ได้
เอาตัวรอดแค่ครอบครัวหนึ่ง แต่เอาตัวรอดกันทั้งเผ่าพันธุ์

แม้ว่าสถานะจะตกเป็นผู้ถูกไล่ล่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเครียดทุกวันและตลอดเวลา ถึงจุดนึง สิ่งมีชีวิตก็ต้องหาทางดำรงเผ่าพันธุ์ตัวเองต่อไป ยิ่งในยามวิกฤติเสี่ยงสูญสิ้นกันหมดโลกอย่างนี้ ตามธรรมชาติ เวลาที่ผ่อนคลาย

ในบรรดาทั้งหมด ทั้งข้อดีและเสีย ที่ขัดใจใหญ่ๆ มีสองอย่าง แรกคือตอนเปิดเรื่อง ความไร้เดียงสาของน้องคนเล็ก ครอบครัวไม่ได้บอกเหรอว่าถ้าทำเสียงดังอาจถึงตาย? หรือเพราะเห็นว่าเด็กอยู่ ไม่น่าเข้าใจ เลยอาจบอกเล่าแค่ว่า ตอนนี้เราโดนเอเลี่ยนบุกนะลูก เงียบไว้ปลอดภัยดี แค่นี้? เด็กดูไม่รู้ถึงความจำเป็นถึงแก่นเลยว่าทำไมต้องเงียบ

เหมือนเงียบเพราะคนอื่นเขาเงียบกัน ลูกสาวคนโต กำลังวัยรุ่น และความรู้สึกผิด ที่ทำร้ายน้องคนเล็ก ที่ให้เครื่องบินและถ่านไป จนน้องต้องตาย และคิดว่าพ่อไม่รัก จึงแบกรับความรู้สึกเอาไว้

แต่เพราะหนังแทบจะไม่พูดคุย หรือเล่าอะไรมาก เน้นพาร์ทเอาตัวรอด พาร์ทอารมณ์เลยค่อนข้างเฉยๆ รู้ว่าตัวละครมีเหตุให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า อย่าทำตัวงี่เง่าสิ! อยู่ดี

สรุป

สำหรับหนังเรื่องนี้ ชอบคอนเซปหนัง เป็นหนังเอาตัวรอดที่ระทึกดี แต่ตอนต้นเรื่องที่เล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนโดนบุกผ่านพวกหนังสือพิมพ์นี่อ่านไม่ทัน ใครก็ได้บอกทีว่าพวกกองทัพกับนักวิทย์หายไปไหนกันหมด! ความลุ้นตอนมนุษย์ต้องเอาตัวรอดกับความดีอื่นๆ ทำให้กลบข้อด้อยและความขัดใจบางอย่างไปได้ รวมๆ ไม่ใช่หนังที่ดีเลิศ แต่ก็ไม่ได้แย่ เป็นหนังที่โอเคดีเรื่องนึงเลยล่ะ